Sections 
Font size

 

 

Font size

 

 

Sections 

ตานหม่อน

ตานหม่อน ชื่อวิทยาศาสตร์ Vernonia elliptica DC. จัดอยู่ในวงศ์ทานตะวัน (ASTERACEAE หรือ COMPOSITAE)

สมุนไพรตานหม่อน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ข้ามักหลอด[1] ช้ามักหลอด[2] (หนองคาย), ลีกวนยู (กรุงเทพฯ), ตานหม่น (นครศรีธรรมราช), ตานค้อน (สุราษฎร์ธานี) เป็นต้น[1],[2]

ลักษณะของตานหม่อน

  • ต้นตานหม่อน จัดเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่นและพยุงตัวขึ้นไป เปลือกเถาเรียบเป็นสีน้ำตาล ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีขาวปกคลุมอยู่หนาแน่น ลำต้นแตกกิ่งก้านยาวเรียว แตกลำได้ใหม่จากลำต้นที่ทอดไปตามพื้นดิน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดและวิธีการปักชำต้น ชอบความชื้นปานกลาง แสงแดดจัด สามารถพบได้ในทุกภาคของประเทศตามชายป่าผสมผลัดใบ ป่าดงดิบแล้งทั่วไป และเป็นพรรณไม้ที่ทนความแห้งแล้งได้ดี[1],[3]

ต้นตานหม่อน

  • ใบตานหม่อน ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปรีแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือบางครั้งเป็นหยักห่าง ๆ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ใบเป็นสีเขียวเข้ม แผ่นใบเรียบหนาคล้ายหนัง หลังใบเกลี้ยง ส่วนท้องใบมีขนสีเงินหรือสีขาวนวล[1],[3]

ใบตานหม่อน

  • ดอกตานหม่อน ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นตามซอกใบหรือที่ปลายยอด ดอกย่อยเป็นสีขาวนวล กลีบดอกเป็นเส้นเล็ก ๆ จำนวนมาก ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ด้านนอกมีขน[1]

ดอกตานหม่อน

รูปดอกตานหม่อน

  • ผลตานหม่อน ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก ผลมีสัน 5 สัน เมล็ดล่อนเป็นสีดำ ลักษณะเป็นรูปกระสวย[1],[3]

สรรพคุณของตานหม่อน

  1. รากตานหม่อนช่วยคุมธาตุในร่างกาย (ราก)[1]
  2. ต้นช่วยแก้ตานซาง (ต้น)[1] รากช่วยแก้พิษตานซาง (ราก)[1] ส่วนราก ดอก และใบช่วยแก้ตานซางในเด็ก (ราก, ใบ, ดอก)[1],[2]
  3. ช่วยรักษาลำไส้ (ต้น, ราก, ใบ, ดอก)[1],[2]
  4. ต้นมีรสเบื่อเอียน ใช้เป็นยาขับพยาธิ ส่วนรากมีรสหวานชุ่ม ใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน (ต้น, ราก)[1] ส่วนราก ดอก และใบมีสรรพคุณช่วยฆ่าพยาธิ (ราก, ใบ, ดอก)[1],[2]
  5. รากช่วยบำรุงเนื้อหนังให้สมบูรณ์ (ราก)[1]
  6. ใบสดนำมาใช้เป็นยาห้ามเลือด ด้วยการนำใบมาขยี้ให้ช้ำ ๆ หรือตำพอหยาบ ๆ แล้วนำมาปิดแผลในขณะที่เลือดออก เลือดจะหยุดไหลทันที (คุณตาเติม มงคลเอก หมอยาสมุนไพรโบราณ อ.เมือง จ.เพชรบุรี) (ใบ) (ข้อมูลนี้ไม่ได้รับการยืนยัน)

ประโยชน์ของตานหม่อน

  • ยอดอ่อนตานหม่อนสามารถนำมาต้ม ลวก หรือนึ่ง รับประทานเป็นผักกับน้ำพริกหรือลาบ[3]
เอกสารอ้างอิง
  1. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1.  “ตานหม่อน (Tan Mon)”.  (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์).  หน้า 128.
  2. หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “ตานหม่อน”.  หน้า 205.
  3. ผักพื้นบ้านในประเทศไทย, กรมส่งเสริมการเกษตร.  “ตานหม่อน”.  [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก: 203.172.205.25/ftp/intranet/Research_AntioxidativeThaiVegetable/.  [14 มี.ค. 2014].

ภาพประกอบ : www.flickr.com (by Starr Environmental)

เรียบเรียงข้อมูลโดยเว็บไซต์เมดไทย (MedThai)

เอกสารที่ไม่สามารถใช้ได้เอกสารที่ควรปรับปรุงเอกสารที่ใช้ได้เอกสารที่ดีเอกสารที่ยอดเยี่ยม 4.55 / 5 (65 reviews)
แสดงความคิดเห็น
เรื่องที่น่าสนใจ

Subscribe to our Newsletter !

กรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล
เราจะส่งความรู้ดี ๆ ตามความสนใจให้คุณได้รู้ก่อนใคร !

ไม่มีสแปม ! เราไม่แชร์ข้อมูลของคุณให้กับบุคคลอื่น ๆ เราสัญญาว่าทุกอีเมลที่ส่งให้คุณจะมีแต่เรื่องดี ๆ !

Thank You for Subscription !

Subscribe to our Newsletter !

กรอกข้อมูลเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล
เราจะส่งความรู้ดี ๆ ตามความสนใจให้คุณได้รู้ก่อนใคร !

ไม่มีสแปม ! เราไม่แชร์ข้อมูลของคุณให้กับบุคคลอื่น ๆ เราสัญญาว่าทุกอีเมลที่ส่งให้คุณจะมีแต่เรื่องดี ๆ !

Thank You for Subscription !